งานออกแบบขั้นเทพกับสุดยอดสเปคคอมพิวเตอร์ 2015

งานออกแบบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้

เป็นเรื่องที่นักออกแบบหลายคนควรรู้ไว้เหมือนกันนะ ว่าจะทำงานเกี่ยวกับงานออกแบบ ควรจะใช้ คอมพิวเตอร์สเปคประมาณไหน เพราะเนื่องจากโปรแกรมที่จำเป็นต่องานออกแบบนั้นค่อนข้างหนักและกิน RAM และ CPU ของเครื่องพอสมควร งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ว่าสเปคคอมพิวเตอร์งานออกแบบในปี 2015 นั้น ควรใช้สเปคแบบไหนกัน

งานออกแบบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้

สเปคคอมพิวเตอร์งานออกแบบ 2015 (จัดหนัก ขั้นเทพ !!)

  1. CPU สำหรับงานออกแบบ

    • ผมเลือกใช้ Intel® Core™ i7-5960X Processor Extreme Edition (20M Cache, up to 3.50 GHz) ราคาราวๆ ( $1,000 - $1,059 ) หรือราวๆ 35,000 บาท (คิดตามอัตราเงิน Dollar ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2558)

    CPU งานออกแบบ - Intel® Core™ i7-5960X Processor Extreme Edition

  1. MainBoard สำหรับงานออกแบบ

    • ผมเลือกใช้ MAINBOARD 2011 ASUS X99-DELUXE ราคาประมาณ 13,100 บาท

    MAINBOARD งานออกแบบ - ASUS X99-DELUXE

  1. RAM สำหรับงานออกแบบ

    • 32 GB RAM PC DDR4/2133 G.SKILL RIPJAWS (8x4) ราคาประมาณ 12,500 บาท

    RAM PC งานออกแบบ - DDR4/2133 G.SKILL RIPJAWS (8x4) 32 GB

  1. VGA สำหรับงานออกแบบ

    • VGA LEADTEK NVIDIA QUADRO K4200 ราคาประมาณ 34,900 บาท

    VGA งานออกแบบ - LEADTEK NVIDIA QUADRO K4200

  1. Power Supply ที่ต้องใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ SET นี้

    • ถือเป็นอีก 1 อุปกรณ์สำคัญ เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละตัวที่ผมแนะนำไป ค่อนข้างกินไฟอย่างแรง เพราะฉะนั้น ถ้าเลือก Power Supply มาไม่ดีแล้วล่ะก็ อาจจะมีปัญหาเรื่องการจ่ายไฟไม่พอแน่ๆ ผมจึงขอแนะนำ Power Supply จากค่าย CORSAIR เพื่อรองรับการทำงานออกแบบของคุณ คือ POWER SUPPLY CORSAIR AX1200i 80+ PLATINUM ราคาประมาณ 12,590 บาท

    POWER SUPPLY งานออกแบบ - CORSAIR AX1200i 80+ PLATINUM
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่นพวก DVD, SSD, HD, UPS หรือ CPU Cooler Master Water ก็เลือกเอาตามสะดวกครับ ผมขอเน้นอุปกรณ์หลักๆ สำหรับบทความนี้ก็พอ เมื่อคุณได้คอมพิวเตอร์ขั้นเทพสำหรับงานออกแบบกันแล้วก็จะช่วยให้คุณทำงานออกแบบได้อย่างราบลื่นและมีความสุขสุดๆ กับการทำงานออกแบบครับ

สุดท้ายนี้คงเจอกันบทความหน้า ส่วนใครที่อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องของงานออกแบบชนิดต่างๆ สามารถติดต่อเข้ามาคุยกันได้นะครับที่ hanoynanu@gmail.com แล้วพบกันบทความหน้าครับ ^_^

งานออกแบบผลิตภัณฑ์และความหมายของการออกแบบ

งานออกแบบผลิตภัณฑ์

งานออกแบบผลิตภัณฑ์

พูดถึงงานออกแบบหลายๆ ชนิด เราจะรู้ได้ว่ามันมีศิลปะและอารมณ์อยู่ในตัวงานออกแบบแต่ละชนิดที่เราได้พบเจอและสัมผัสกับมัน แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักการของการออกแบบผลิตภัณฑ์และความหมายของการออกแบบว่า งานออกแบบแต่ละประเภทต้องใช้หลักการคิดอย่างไร

ความหมายการออกแบบ

การออกแบบ หมายถึง การรู้จักวางแผนจัดตั้งขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อทำตามที่ต้องการนั้น โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบและคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดตามความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา

เช่น เราจะทำเก้าอี้นั่งซักตัวจะต้องวางแผนไว้เป็นขั้นตอนโดยต้องเริ่มเลือกวัสดุที่จะใช้ทำเก้าอี้นั้นจะใช้วัสดุอะไรที่เหมาะสม วิธีการต่อยึดนั้นควรใช้กาว ตะปูนอต หรือใช้ข้อต่อแบบใด คำนวณสัดส่วนการใช้งานให้เหมาะสม ความแข็งแรงของเก้าอี้นั่งมากน้อยเพียงใด สีสันควรใช้สีอะไรจึงจะสวยงาม และทนทานกับการใช้งาน เป็นต้น

งานออกแบบที่ดีเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมายกตัวอย่างการออกแบบโลโก้ที่ดี

หลายๆ คนถามเข้ามาเยอะเลยเกี่ยวกับหลักการ การออกแบบงานออกแบบผลิตภัณฑ์ผมก็ไม่สามารถตอบได้ทันทีเพราะว่าหลักการออกแบบนั้นมันอยู่ที่ธุรกิจของคุณเป็นประเภทไหน แล้วงานออกแบบที่จะทำเป็นประเภทไหน แต่ถ้าพูดถึงโลโก้ของแบรนด์แล้วละก็ควรอ่านการแนะนำตามด้านล่างนี้เลย

การออกแบบโลโก้มันสื่ออารมณ์

สิ่งแรกที่เราจะทำในการออกแบบโลโก้ เราต้องรู้ว่าเราจะออกแบบโลโก้เพื่ออะไร จะออกแบบให้ออกมาให้มีอารมณ์แบบไหน เห็นแล้วจะรูปสึกอย่างไร นี่คือโจทย์แรกที่เราต้องวางแผนก่อน

งานออกแบบที่ดีเป็นอย่างไร ?



ตัวอย่างภาพด้านบนเราจะพบว่า การเลือกใช้ Font ที่ไม่เหมาะสมกับธุรกิจก็อาจจะทำให้เกิดการ Fail ได้ ซึ่ง Font ประเภทเดียวกันพอใช้กับแบรนด์ Disney ที่สื่อให้รู้สึกถึงอารมณ์ ความสนุกสนานและ การมองโลกในแง่ดีมันทำให้รู้สึกว่าสวยงาม แต่พอนำมาใช้กับธุรกิจร้านขายของเท่านั้นแหละ มันทำให้ดูน่ารักไปหน่อย ซึ่งงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีเราควรคำนึงถึงหลายๆ ส่วนด้วย


ไว้มีเวลาว่างๆ ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับงานออกแบบประเภทอื่นๆ ให้ฟังกันนะครับ ว่างานออกแบบประเภทอื่นๆ มีหลักการของการออกแบบอย่างไรบ้าง


5 วิธี ทำให้งานออกแบบโปสเตอร์ของคุณเฟอร์เฟค

เกือบทุกคนมีการออกแบบโปสเตอร์หรืองานออกแบบใบปลิว ในบางจุด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมตนเอง หรือลูกค้า โปสเตอร์สามารถเป็นวิธีที่สนุกเพื่อแสดงข้อความและทำบางอย่างที่น่าสนใจกับการออกแบบ

การออกแบบโปสเตอร์ที่เริ่มต้นด้วยผ้าใบธรรมดา โปสเตอร์ขนาด 8.5 โดยทั่วไปมีจดหมาย 11 นิ้ว ( A4 ) , 11 จาก 17 นิ้ว และ 22 จาก 34 นิ้ว ขนาดรูปแบบของโปสเตอร์ขนาดใหญ่มัก 24 นิ้ว 36 นิ้ว โปสเตอร์ที่สามารถได้รับการออกแบบในแนวตั้งหรือแนวนอน วันนี้เรามาดูเคล็ดลับที่มีประโยชน์สำหรับการปรับปรุงงานออกแบบโปสเตอร์ของคุณ !


1. ทำให้มันอ่านง่ายจากระยะไกล

ทำงานออกแบบให้มันอ่านง่ายจากระยะไกล

อันดับแรกของงานออกแบบโปสเตอร์ข้อมูลควรอ่านง่ายจากระยะไกล และโปสเตอร์มีการสร้างลำดับชั้นในข้อความเพื่อให้เข้าใจง่าย เมื่อมาถึงการออกแบบโปสเตอร์ที่ดีควรมีข้อความสามชั้นที่แตกต่างกัน ดังนี้


  • หัวข้อนี้เป็นหัวข้อหลัก ( และใหญ่ที่สุด ) : ข้อความและองค์ประกอบในการออกแบบ มันสามารถนอกเหนือไปจากองค์ประกอบศิลปะ เลือกแบบอักษรที่สามารถอ่านได้ว่าน่าสนใจ และเรียกร้องความสนใจ
  • รายละเอียด : อะไร? เมื่อไร? ที่ไหน? ตอบคำถามเหล่านี้ในบรรทัดที่สองของข้อความ ข้อมูลอะไรที่เค้าจะต้องทำโปสเตอร์ของคุณ ถามพวกเขา ให้ข้อมูลในลักษณะที่กระชับ สำหรับขนาดมีสองตัวเลือก วางขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของพาดหัวหลักชัดลำดับชั้นหรือจะใช้ขนาดที่ใหญ่กว่า และใช้เทคนิคอื่นเพื่อความคมชัด ( ทางเลือกที่มักจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ และความสำคัญของข้อความ )
  • พิมพ์ได้ : อันนี้อธิบายตัวเอง ปกติจะเห็นงานออกแบบในโปสเตอร์โปรโมทหนัง เป็นทุกอย่างที่คนสามารถตัดสินใจได้บนโปสเตอร์ ลองทำให้มันเล็ก ๆ และแจกจ่ายมันออกไป



2. ทำให้มันคมชัด

ทำให้งานออกแบบมันคมชัด

ให้ความสนใจกับงานออกแบบของโปสเตอร์ในส่วนของความคมชัดสูง และระหว่างองค์ประกอบของรูปที่คุณสามารถไล่รูปสีด้วยการไล่สีอ่อนไปหาสีเข้ม และใช้ตัวอักษรตัวหนาที่มีสีตัดกับประเภทของงานออกแบบโปสเตอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะทดลองตัวอักษรหรือสีด้วย

คิดเกี่ยวกับสีพื้นหลังที่ใหญ่เช่นกัน หลายครั้งที่โปสเตอร์ออกแบบเริ่มต้นด้วยผ้าใบสีขาว ถ้าเครื่องพิมพ์ของคุณใช้พื้นหลังเป็นสีสูง ให้โปสเตอร์ของคุณโดดเด่นออกมาจากส่วนที่เหลือของงานออกแบบทั้งหมด


3. พิจารณาขนาดและที่ตั้ง

พิจารณาขนาดและที่ตั้งงานออกแบบ

นี้เป็นสิ่งสำคัญ : ที่เป็นโปสเตอร์ของคุณจะอยู่ ? ปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ขนาดของโปสเตอร์ ( และอัตราส่วน ) ภาพความยุ่งเหยิงรอบ โปสเตอร์ และจะมีคนที่เห็นคุณค่าการดําเนินการงานออกแบบของคุณ ?

รู้ที่อยู่ออกแบบจะสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการสร้าง ไม่เพียงแต่เป็นภาพความคมชัดที่สำคัญในการออกแบบ ปัจจัยภายนอกได้เป็นอย่างดี คิดว่าวิธีนี้ : ถ้าโปสเตอร์ของคุณจะแขวนบนผนังสีเขียว , คุณอาจจะต้องการที่จะใช้โทนสีตัดกัน ดังนั้นการออกแบบที่ไม่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมก็อาจจะทำให้งานออกแบบของคุณ fail ได้


4. ให้รุ่นมินิ

งานออกแบบให้รุ่นมินิ

ในขณะที่คุณกำลังออกแบบโปสเตอร์โครงการหลักอยู่นั้น คุณอย่าทำออกแบบโปสเตอร์ขนาดอื่น ๆ เช่นกัน จำได้ว่าหนึ่งในหลักการพื้นฐานของการตลาด ผู้คนต้องการสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่าง ครั้งที่ 20 ที่จะจำได้ โปสเตอร์หลายรุ่น สามารถช่วยให้ คุณประสบความสำเร็จ เพียงแค่ว่า


  • ขนาดลงภาพที่สามารถใช้ร่วมกันในสังคมสื่อ
  • ทำโปสการ์ดหรือขนาดจดหมายเพื่อแจกจ่าย
  • พิจารณาการทำหน้าที่ "เชื่อมโยงไปถึงรุ่นโปสเตอร์" สำหรับเว็บไซต์ของคุณ
  • เป็นรุ่นที่ถูกสร้างขึ้นที่สามารถส่งทางอีเมล



5. ใช้ภาพใหญ่

งานออกแบบโดยใช้ภาพขนาดใหญ่

ไม่ว่าคุณจะเลือกภาพประกอบหรือข้อความ ภาพที่โดดเด่นเป็นกุญแจสำคัญ และเช่นเดียวกับข้อความที่จะต้องสามารถอ่านได้ จากระยะไกล

เมื่อออกแบบโปสเตอร์จนคิดว่าแน่นแล้ว ใบหน้าหรือองค์ประกอบภาพ รายการเดียวที่เกิดเหตุ ร่วมกันกับจุดโฟกัส หลังจากที่คุณเลือกภาพที่ระมัดระวังเกี่ยวกับศิลปะองค์ประกอบ ประเภทและภาพต้องมีความคมชัดเพียงพอเพื่อให้พวกเขาเป็นอิสระสามารถอ่านได้

งานออกแบบขั้นเทพ เขามีเทคนิคการเลือกใช้สีอย่างไร ?



ปัญหาของงานออกแบบที่นักออกแบบหลาย ๆ คนคงรู้ดี คือ "เรื่องของการเลือกใช้สี" เพราะถ้าเมื่อใดที่เราเลือกใช้สีได้ไม่เหมาะสมกับตัวงานออกแบบแล้วหล่ะก็ เมื่อนั้น งานออกแบบของคุณนั้นจะ fail ทันที เพราะการเลือกใช้โทนสีให้เหมาะสมกับตัวงานออกแบบนั้นมันสำคัญมาก ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำ แนวทาง "การเลือกใช้สีอย่างไรให้งานออกแบบของเราออกมาปังที่สุด !!" ไปติดตามอ่านกันได้เลย...

 

1. Capture inspiration


แค่คุณเลือกภาพที่ต้องการมาสักหนึ่งภาพ เป็นภาพที่มีโทนสีและคู่สีตามที่คุณต้องการ ก็นำมันมาดูดค่าสีจากโปรแกรมต่างๆ ซึ่งวันนี้เรามาแนะนำ photocopa ซึ่งเป็น webapp ที่ใช้งานง่ายตัวหนึ่ง เพียงเท่านี้คุณจะได้ค่าสีตามที่คุณต้องการ เพื่อนำไปเป็น colour guide สำหรับงานออกแบบของคุณแล้ว

 

2. ใช้ Color Wheel


Color Wheel คือทฤษฎีสีที่เราควรจะเรียนรู้เอาไว้บ้าง ซึ่งสีจะประกอบไปด้วย 3 ขั้นคือ
ขั้นที่ 1 (Primary) - แม่สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน
ขั้นที่ 2 (Secondary) - สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 หรือแม่สีผสมกันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะทำให้ เกิดสีใหม่ 3 สี ได้แก่ สีส้ม สีม่วง สีเขียว
ขั้นที่ 3 (Tertiary) - สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีขั้นที่ 2 ในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะได้สีอีก 6 สี คือ สีส้มแดง สีม่วงแดง สีเขียวเหลือง สีเขียวน้ำเงิน สีม่วงน้ำเงิน สีส้มเหลือง

ต่อมาจะเป็น Color Theory ซึ่งจะประกอบไปด้วย

Analogous Colors - คือการเลือกใช้สีที่อยู่ติดกันใน Color Wheel เช่นสีน้ำเงินกับสีม่วง
Complementary Colors - การเลือกใช้สีที่อยู่ตรงข้ามกันใน Color Wheel เช่นสีส้มกับสีน้ำเงิน
Triadic Colors - การเลือกสีโดยใช้สามเหลี่ยมด้านเท่ามาทาบลงบน Color Wheel จะได้สีทั้งหมด 3 สี เช่น สีเขียว สีส้มและสีม่วง

 

3. ออกแบบโดยมีพื้นที่ว่าง


เทคนิคการออกแบบโดยมีพื้นที่ว่าง ใช้สัดส่วน 60% เป็นสีที่โดดเด่น 30% เป็นสีรอง 10% เป็นสีที่ถูกเน้น อย่างในตัวอย่างสีเด่นคือสีดำ สีรองคือเขียว และสีที่เน้นคือแดงนั่นเอง

 

4. บันทึกสีที่ชอบ


ในแต่ละวันคุณคงได้พบเจอกับงานต่างๆ มากมาย ลอง save as ภาพที่คุณชอบเก็บเอาไว้ใช้งานในภายหลัง จะทำให้การทำงานเป็นเรื่องง่ายขึ้น หากคุณมีสีที่ชอบเอาไว้เป็น colour guide

 

5. หา Pantone ไว้ใช้งานสักชุด


สังเกตุใหมว่าทำไม Designer บางคนต้องมี Pantone ติดตัวไว้ใช้งาน เพราะบางทีมองสีจากหน้าจอ มันอาจจะไม่ชัดเจนเท่ามองจาก Pantone ยังไงละ โดยเฉพาะงานพิมพ์ ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ซึ่ง Pantone จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณได้ค่าสีที่แม่นยำออกมา

 

6. หาสีจากธรรมชาติรอบตัวเรา


บางครั้งสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากก็คือดวงตาของเรา ธรรมชาติคือการผสมสีที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในแต่ละวันคุณคงพบเจอสีในธรรมชาติมากมายจนนับไม่ถ้วน และในแต่ละสถานที่คุณก็จะได้พบเจอสีที่ไม่เหมือนกันเลย

 

7. เลือกใช้สีแค่ 2 - 3 สี


สีที่เยอะเกินไป อาจจะทำให้งานของคุณดูแย่ลงก็เป็นได้ วิธีที่คนส่วนมากแนะนำกันคือ เลือกใช้สีสัก 2 – 3 สีในงานออกแบบนั้นๆ ซึ่งวิธีเลือกสีลองใช้ color wheel เลือกดูได้เลย รับรองว่างานของคุณจะออกมาดูสะอาด สำหรับพื้นที่ว่างลองเพิ่ม textures ลองไปสักนิด จะได้ออกมาไม่เรียบจนเกินไป

 

8. เลือกสีหลัก แล้วหาสีที่เข้าคู่


ลองเลือกคิดว่างานที่คุณกำลังออกแบบเป็นงานอะไร เป็นกีฬา, แฟชั่น, ความงาม, หรือธุรกิจ เพราะอารมณ์ของแต่ละงานก็เลือกใช้สีที่ไม่เหมือนกัน อยากจะให้อารมณ์งานออกมาอ่อนนุ่มหรือรุนแรง แล้วลองใส่รายละเอียดเอาไปอีกนิดเช่น ฉันต้องการความโรแมนติกสีม่วง หรือ ฉันต้องการสีชมพูน่ารักๆ

 

9. Pinterest


Pinterest คือแหล่งรวบรวมงานออกแบบมากมาย ลองเข้าไปค้นหาสีที่คุณต้องการ ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ดูทั้งวันก็ไม่หมดอย่างแน่นอน Pinterest



ขอบคุณที่มา http://grappik.com/how-to-use-color-color-wheel/

งานออกแบบขั้นเทพด้วย 10 วิธีฝึกทักษะการออกแบบ !!

ฝึกทักษะการออกแบบงานออกแบบขั้นเทพ
พูดถึงงานออกแบบกราฟิคและออกแบบเว็บไซต์นั้น ถ้าคุณต้องการเป็นนักออกแบบมืออาชีพแล้วล่ะก็ คุณต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกงานออกแบบจาก Website ต่าง ๆ หรือ หลักสูตรที่สอน Online เกี่ยวกับการออกแบบ แต่วันนี้ เราจะมาบอกคุณเกี่ยวกับการฝึกทักษะ "การออกแบบ" ให้คุณฟรี ๆ คุณจะได้มีผลงานออกแบบเจ๋ง ๆ สักที



1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของงานออกแบบ

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของงานออกแบบ
การออกแบบมีเส้นทางและประวัติที่ยาวนานหลายคนอาจจะคิดว่ามันไม่น่าจะช่วยเสริมทักษะให้เราได้แต่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของการออกแบบวัฒนธรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ควบคู่กับงานออกแบบตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเสริมสร้างทักษะดี ๆ ให้คุณได้



2. เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานของงานออกแบบ

เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานของงานออกแบบ
ศึกษาคำศัพท์ต่างๆในวงการออกแบบเพราะคำศัพท์พื้นฐานนั้นจะช่วยในการเริ่มต้นการจำประเภทงานและรูปแบบของงานออกแบบได้ดี ศึกษาคำศัพท์ต่าง ๆ ได้จากที่นี่ www.ucreative.com



3. เปิดเว็บดูงานออกแบบทุกวัน

เปิดเว็บดูงานออกแบบทุกวัน
อยากจะออกแบบเก่งต้องหัดอ่านหัดจำบ่อย ๆ การเปิดเว็บศึกษางานออกแบบต่าง ๆ ก็สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Pinterest , Behance เป็นต้น



4. ติดตามนักออกแบบที่ชอบ

ติดตามนักออกแบบที่ชอบ
ในโลกสมัยใหม่จะควานหาใครก็หาได้ง่ายนักออกแบบก็เช่นกันมีทั้งคนไทยและต่างชาติที่เก่ง ๆ เทพ ๆ ก็ไปกด Follow ติดตามกันได้ หรือแม้กระทั่งแฟนเพจต่าง ๆ ก็ไปกด Like กันเอาไว้เวลามีงานอัพเดทใหม่เราจะได้เสพงานได้ทันที



5. ศึกษากระบวนการคิดงานออกแบบ

ศึกษากระบวนการคิดงานออกแบบ
งานออกแบบบางงานคุณต้องใช้เวลากับมันมากในการออกแบบ นักออกแบบเก่ง ๆ ก็เช่นกัน กระบวนการคิดต่าง ๆ นั้นอาจจะถูกตีพิมพ์หรืออาจจะถูกแชร์ลง Facebook สิ่งเหล่านั้นเวลาคุณเห็นอย่างมองข้ามมันเด็ดขาด เพราะนั่นคือแหล่งข้อมูลชั้นดีเลย



6. หาคอร์สเรียนออนไลน์แบบฟรี ๆ

หาคอร์สเรียนออนไลน์แบบฟรี ๆ
เว็บไซต์เรียนออนไลน์มีเต็มบ้านเต็มเมืองบางทีคุณไม่ต้องไปเสียเงินซื้อด้วยซ้ำเพราะว่าบางวันก็มาแจกฟรีเฉย ๆ ถ้าคุณยังไม่สนใจที่จะเรียนก็สามารถเก็บคอร์สเอาไว้ก่อนได้ เว็บที่เข้าไปเรียนประจำก็มี www.udemy.com , www.coursesquare.co



7. YouTube ช่วยสอนคุณได้

YouTube ช่วยสอนคุณได้
อย่างที่ได้บอกว่าไปสมัยนี้สื่อออนไลน์จะช่วยเพิ่มทักษะให้คุณได้เพียงแค่มี Internet ยิ่งตอนนี้คนสอนใน Youtube มีเยอะแยะ แต่ถ้าไม่รู้จะค้นหาว่าอะไรลองแนะนำคำเหล่านี้ tutorial , how to แล้วก็ตามด้วยที่สิ่งเราอยากจะศึกษาแค่นี้ข้อมูลก็ไหลมาหาดั่งสายน้ำแล้ว



8. ดู TED Talks เกี่ยวกับออกแบบ

ดู TED Talks เกี่ยวกับออกแบบ
การดู TED Talks เหมือนการที่คุณได้กลับไปเรียนอีกรอบแต่คราวนี้จะเป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรงความรู้ล้วน ๆ แต่จะเป็นข้อมูลเชิงลึกขึ้นมามากคุณควรจะต้องมีพื้นฐานในการออกแบบอยู่พอสมควรจะดูแล้วเข้าใจอย่างลึกซึ้ง



9. แบ่งเวลาการเรียนรู้งานออกแบบ

แบ่งเวลาการเรียนรู้งานออกแบบ
หลายคนชอบบอกว่า ไม่มีเวลา เหนื่อย อยากพัก ไว้วันหลัง สุดท้ายเราก็จะไม่พัฒนาเราลองปรับความคิดใหม่ว่า ในหนึ่งอาทิตย์เราจะเรียนหรืออ่านสิ่งใหม่สัก 5 - 6 ชั่วโมงแล้วทำแบบนี้ให้เป็นนิสัย รับรองว่าทักษะหลาย ๆ ด้านของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน



10. ลงมือทำและทำสิ่งใหม่ ๆ

ลงมือทำและทำสิ่งใหม่ ๆ
ไม่มีอะไรจะสามารถฝึกทักษะของคุณได้มากเท่าการลงมือทำ สุดท้ายถ้าคุณเอาแต่เรียนรู้แต่ไม่ได้ลองทำเลยคุณก็จะอยู่ที่เดิมเป็นคนที่มีความรู้แต่ทักษะไม่พัฒนาลองทำงานอะไรที่ไม่เคยทำบ้าง นักออกแบบกราฟิกก็บอกไปทำเว็บดูบ้าง คนทำเว็บก็ลองไปทำงานวาดดูบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะช่วยพัฒนาตัวเราได้ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญทำเสร็จแล้วก็เก็บงานเอาไว้ดูพัฒนาการของคุณด้วยแล้วคุณจะตกใจว่าทำไมเรามาไกลขนาดนี้


อย่ามัวรออย่าพลัดวันทำเลยเวลาไม่ไหลย้อนกลับชีวิตทุกคนต้องการความก้าวหน้าในทุกๆด้านยิ่งถ้าเป็นในสายงาน "การออกแบบ" ถ้าคุณไม่ฝึกฝนอะไรเลยคนอื่นจะแซงหน้าคุณไปแน่นอนครับ สู้ๆ ครับนักออกแบบทุกคน


ขอบคุณที่มา http://grappik.com/

งานออกแบบโลโก้ กับ 9 วิธีหาแรงบันดาลใจ !

งานออกแบบโลโก้ กับ 9 วิธีหาแรงบันดาลใจ !

เวลานักออกแบบได้โจทย์งาน ออกแบบโลโก้ มาสักชิ้นหนึ่งคุณจะเริ่มจากตรงไหนดี ? จะวาดแบบร่างเลยไหม หรือจะเลือกสีก่อน แต่มีมันคือโลโก้นะ โลโก้ที่มันจะต้องแฝงไปด้วยความหมายในทุกๆส่วนและเต็มเปี่ยมไปด้วยลักษณะเฉพาะตัว ถ้าเราอยู่ดีๆจะมานั่งวาดสเก๊ตโดยที่ไม่นึกถึงความหมายเลย โลโก้ที่เรากำลังออกแบบอยู่นั้นอาจจะไม่ทรงพลังก็ได้ แล้วที่นี้จะทำยังไงดีมองไปรอบๆตัวก็ไม่เจออะไรที่เป็นแรงบันดาลใจได้เลย จ้องกระดาษเปล่าเพื่อจะวาดก็คิดไม่ออก งั้นมาลองปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้แล้วคุณจะรู้ว่าการ ออกแบบโลโก้ ไม่ยากอย่างที่คุณคิดกับ 9 วิธีหาแรงบันดาลใจมา ออกแบบโลโก้

1. ค้นหาจากเว็บไซต์

ค้นหางานออกแบบจากเว็บไซต์ต่างๆ

แรงบันดาลใจอยู่ใกล้แค่คลิก คุณลองเปิดเว็บเหล่านี้ดูได้เลย Logo Gala, Logo Moose, Dribbble.com, Deviantart แรงบันดาลในการ ออกแบบโลโก้ มีให้ดูหลากหลายสไตล์จนคุณตาลายเลยทีเดียวหรือคุณคิดว่ามันยังไม่ใช่มันดูไม่เหมาะกับคนไทยก็มีอีกวิธีคือการดู Portfolios ของเว็บไซต์สตูดิโอชั้นนำต่างๆของไทย ดูผลงานที่ผ่านมา แนวคิดแต่ละโปรเจคแล้วเราลองนำแนวความคิดเหล่านั้นมาปรับใช้

2. นำประวัติมาออกแบบ

นำประวัติของสินค้ามาออกแบบ

ลองเอาประวัติเก่าๆของลูกค้ามาออกแบบบ้างก็ได้ เพราะหลายๆบริษัทที่ได้ก่อตั้งขึ้นย่อมมีประวัติที่ยาวนานอยู่แล้ว คุณอาจจะออกแบบโลโก้ให้ลูกค้าของคุณระลึกถึงประวัติอันเก่าแก่ของบริษัทก็ได้หรือในอดีตเค้าอาจจะมีโลโก้อยู่แล้วลองหยิบยกโลโก้ตัวนั้นมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยและหลักการออกแบบในปัจจุบัน

3. ออกแบบควบคู่กับวิสัยทัศน์ของลูกค้า

ออกแบบให้ควบคู่กับวิสัยทัศน์ของลูกค้า

ลองพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับแผนการในอนาคตหรือวิสัยทัศน์ต่างๆ เช่น ลูกค้าจะทำอะไร ค้าขายที่ไหน ขายอะไร ขายให้ใคร หรือมี ผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาบ้างรึเปล่า คุณต้องมองไปให้ไกลไม่ใช่แค่โลโก้ใช้แค่ 1 หรือ 2 ปี แล้วจะเปลี่ยนกันบ่อยการได้ฟังวิสัยทัศน์ต่างๆจะสามารถทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นและสามารถ ออกแบบโลโก้ ให้ดีอย่างแน่นอน

4. โทรคุยกับเพื่อน

โทรไปหาเพื่อนนักออกแบบด้วยกัน

บางทีความคิดเราอยู่กับโปรเจคมากจนเกินไปทำให้คิดไม่ออก คิดออกมาเท่าไหร่ก็วนอยู่แบบเดิม ลองโทรไปหาเพื่อนนักออกแบบด้วยกันลองเล่าถึงโปรเจคให้ฟังเผื่อเพื่อนของเราอาจจะมีไอเดียที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ ปล. ถ้าเพื่อนช่วยคิดแล้วอย่างลืมพาไปเลี้ยงด้วยนะ

5. ทำ Mind mapping และ Mood boards

ทำ Mood boards ไอเดียออกมาก่อน

ลองแตกประเด็นของไอเดียออกมาให้เยอะๆก่อนอย่าพึ่งเริ่มทำ ถ้าคุณเริ่มทำแล้วแปลว่าคุณจะต้องชัวร์ว่าเอาไอเดียแบบนี้แน่นอนเพราะถ้าจะเปลี่ยนที่หลังเสียเวลาแย่เลยนะครับ หรือไม่ก็ทำ Mood boards ไอเดียออกมาก่อนอย่าด้นสดอย่าลุยไปแบบไม่มีไอเดีย เพราะสุดท้ายจะวนกลับมานับ 1 ใหม่

6. เอางานเก่ามาทำใหม่

นักออกแบบทุกคนจะต้องมีโลโก้ที่เคยออกแบบแล้ว

นักออกแบบทุกคนจะต้องมีโลโก้ที่เคยออกแบบแล้วไม่ได้ใช้บ้างไม่มากก็น้อย ลองเอาไอเดียที่ไม่ได้ใช้มาต่อยอดพวกกับไอเดียใหม่ๆใส่เข้าไปก็อาจจะได้โลโก้ใหม่โดยที่ไม่ต้องลงแรงไปเยอะมากเลยก็ได้นะ

7. ดูภาพเยอะๆ

ดูงานออกแบบอย่างอื่นด้วย

หาภาพจาก Google และ Pinterest ดูเยอะๆ อย่าเจาะจงที่โลโก้เพียงอย่างเดียว ดูงานออกแบบอย่างอื่นด้วย เช่น พวกโปสเตอร์ รูปร่างกราฟิก ตัวอักษร องค์ประกอบ ทุกๆสิ่งที่เป็นงานออกแบบดดูไปเรื่อยๆระเบิดไอเดียคุณออกมาอย่าปิดกลั้นสมองของคุณ

8. จดทุกอย่างที่คิดได้

จดทุกอย่างที่คุณคิดงานออกแบบได้

เวลาได้รับบรีฟงานมาแต่คุณยังไม่สามารถทำได้ตอนนั้นแนะว่าคุณต้องจดทุกอย่างที่คุณคิด ณ ตอนนั้นให้ได้เยอะทึ่สุด มีคนเคยบอกว่าความคิดที่ออกมาจากสมองของเราแรกสุดคือความคิดที่ดีที่สุด แต่ยังอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ใช่เสมอไป เพราะงั้นเราถึงต้องจดมันไว้ และสุดท้ายพอได้มาลุยงานจริงๆแล้วค่อยตัดไอเดียทิ้งให้เหลือแค่ไอเดียที่ดีที่สุดก็ได้

9. หยุดทำ

หยุดทำก่อน ไปพักผ่อนสมอง

ถ้าคุณได้พยายามลองทำแล้วแต่ไอเดียก็ยังไม่ได้ทำไปทำมาก็วนกลับมาที่เดิม แนะนำเลยครับว่าให้หยุดทำก่อน ไปพักผ่อนสมอง ดูหนัง ฟังเพลง เดินเล่น ปั่นจักรยาน ดูนก ตกปลา ทำอะไรก็ได้ที่มีความสุข ไม่แน่ในตอนนี้ที่เรากำลังทำอย่างอื่นอยู่นั้นอาจจะเกิดไอเดียดีๆขึ้นมาก็ได้ใครจะไปรู้ แต่ที่สำคัญควรพกสมุดจดไปด้วยนะครับ คิดอะไรได้ก็จดลงไปเลย

สำหรับ 9 ข้อทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของงานเท่านั้นนะครับ แต่การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งยังไงลองเอาวิธีเหล่านี้กลับไปปรับใช้กันดูและพัฒนาฝีมือกันต่อไปนะครับ เชื่อว่านักออกแบบไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขอบคุณที่มา https://creativebusinesscommunity.wordpress.com/

งานออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้วย "ไม้คอร์ก" ที่คุณเห็นแล้วต้องทึ่ง !!

งานออกแบบผลิตภัณฑ์

นอกจากรูปทรงของงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สวยงามพร้อมประโยชน์ใช้สอยที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแล้ว วัสดุ ถือว่าเป็นศาสตร์อีกหนึ่งแขนงที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้ เช่นเดียวกับ THAS ที่นำไม้คอร์กมาเป็นวัสดุหลักในการสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์บนงานออกแบบผลิตภัณฑ์

ออกแบบก่อร่างสร้างแบรนด์

THAS ก่อตั้งโดยพุฒิพงศ์ ทัศนมานะ นักออกแบบที่ไม่ได้เรียนจบจากทางด้านนี้ แต่อาศัยความตั้งใจและความพยายามในการเริ่มต้นศึกษางานออกแบบจากหนังสือโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ Graphic Design ผนวกกับการเรียนรู้ด้านงานออกแบบและการสร้างแบรนด์จากผู้เชี่ยวชาญในขณะฝึกงานที่นิตยสาร iDesign เขาหลงใหลวัสดุไม้คอร์กหลังจากชมสารคดีจากต่างประเทศ จากนั้นจึงศึกษา ค้นคว้า และทดลองเล่นกับวัสดุ จนทำให้เขาเรียนรู้ข้อด้อยของไม้คอร์กที่สามารถพลิกกลับให้กลายเป็นจุดแข็งของงานออกแบบผลิตภัณฑ์

ออกแบบก่อร่างสร้างแบรนด์

งานออกแบบผลิตภัณฑ์ของเรา

แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือ

  1. งานออกแบบสินค้าที่ทำจาก cork โดยนำ Technic การบิด การดัด พร้อมคำนึงถึงแรงโน้มถ่วงของโลกมาสร้างรูปทรงของโคมไฟที่ดูพลิ้วไหวตามธรรมชาติแต่ยังคงรูป

งานออกแบบสินค้าที่ทำจาก cork

  1. สินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ เช่น บอร์ดไม้คอร์ก 384 ที่เราสามารถใช้ปักกระดาษข้อความ รูปภาพ หรือจะใช้เก็บต่างหูหรือจี้ก็ได้, ที่รองแก้ว OTAM (One Time After Meal) รูปขนมปังปิ้งที่คำนวณทั้งในเรื่องขนาดและน้ำหนักให้ใกล้เคียงกับสัดส่วนของขนมปังจริงมากที่สุด
 
สินค้าทั้งสองชิ้นใช้เทคนิกการลงลายบนตัวไม้ ที่ช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดได้ แถมยังทนต่อการขีดข่วน นอกจากวัสดุหลักที่เป็นไม้คอร์กแล้ว พุฒิพงศ์นำวัสดุอื่นมาผสมผสานกับชิ้นงานเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับงานออกแบบ เช่น ที่รองแก้ว ที่ทำจากไม้คอร์กกับวัสดุโลหะ (แม่เหล็ก) เพื่อให้ชิ้นงานสามารถใช้เป็นของตกแต่งภายในบ้านได้ด้วย นอกจากนี้ พุฒิพงศ์ยังเริ่มต้นทดลองผสมผสานไม้คอร์กกับวัสดุอื่นๆอีก เช่น การนำไม้คอร์กที่มีความนิ่มมาผสมผสานกับปูนซีเมนต์ที่มีความแข็ง และการย้อมสีไม้คอร์กด้วยสีธรรมชาติ สร้างสีสันออกเป็น 8 เฉดสีใหม่ ได้แก่ เหลือง เขียว น้ำเงิน แดง ส้ม ม่วง ชมพู และน้ำตาลเข้ม ทั้งสองแนวทางนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะนำวัสดุที่ได้จากการทดลองมาต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับแบรนด์ THAS

ออกแบบผลิตภัณฑ์

กระบวนการผลิตงานออกแบบ

เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ทักษะอย่างสูงในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการลงลาย การบิด การตัด ทักษะต่างๆเหล่านี้ล้วนผ่านการทดลองค้นคว้าวิจัยเพื่อให้หนึ่งชิ้นผลิตภัณฑ์มีความคงทนและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์


ขอบคุณที่มา :  http://www.tcdcconnect.com/

งานออกแบบ ATTA Gallery และข้อคิดงานออกแบบ

งานออกแบบศิลปะที่อยู่คู่ในอารมณ์ส่วนลึกของมนุษย์มาช้านาน ก่อนที่จะมีงานออกแบบดีๆ สักชิ้น เราต้องมีการวางแผนเพื่อที่จะออกแบบ และรู้ถึงวัตถุประสงค์ของการออกแบบให้ได้ก่อน มิเช่นนั้น เราจะไม่สามารถได้งานออกแบบที่มีคุณภาพได้เลย วันนี้ทาง TCDCCONNECT จะมาแนะนำให้รู้จักกับ ATTA Gallery ว่าคืออะไร ?

ATTA Gallery มีจุดกำเนิดมาจากการรวมตัวกันของศิลปินนักออกแบบของไทยที่ชื่นชอบงานออกแบบ Art Jewelry ซึ่งได้สร้างสรรค์งานออกแบบดีๆ มาหลายชนิด ซึ่งเดี๋ยวเราจะนำงานออกแบบมาให้ทุกท่านชมดังรูปด้านล่าง

งานออกแบบศิลปะ

อัตลักษณ์ของ ATTA Gallery

ATTA Gallery เป็นพื้นที่ที่ต้องการให้ศิลปินนักออกแบบสามารถแสดงความเป็นตัวตนของตนเอง ผ่านงานผลงานการออกแบบจิวเวลรี่อาร์ตร่วมสมัย ภายในพื้นที่มีการจัดแสดงผลงานของศิลปินในสังกัด ที่มีแนวทางการออกแบบตรงกับตัวตนของแกลลอรี่ พร้อมเปิดพื้นที่อีกส่วนให้กับศิลปินนักออกแบบท่านอื่นได้แสดงผลงานร่วมกัน นอกจากแนวคิดหลักในการออกแบบที่แสดงถึงตัวตนของนักออกแบบแล้ว เธอยังให้ความสำคัญกับแนวคิดในการใช้วัสดุที่หลากหลาย เพราะงานออกแบบจิวเวลรี่อาร์ตร่วมสมัยไม่จำเป็นต้องจบที่โลหะและอัญมณีที่มีมูลค่าสูงเสมอไป แต่อาจเป็นวัสดุอื่นๆ เช่น งานปักบนผ้า ไม้ ถ่าน ปูน หรือแม้กระทั่งขยะพลาสติกจากท้องทะเล ฯลฯ เพราะ “คุณค่า” ของงานออกแบบไม่ได้อยู่ที่วัสดุเพียงอย่างเดียว แต่คือ “เรื่องราว” ที่ถูกถ่ายทอดลงบนชิ้นงานแต่ละชิ้น

งานออกแบบให้ตรง Target

แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักในปัจจุบันจะเป็นกลุ่มครอบครัวชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในเมืองไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักแล้ว แต่อตินุชมุ่งหวังที่จะขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีคนไทยส่วนน้อยเท่านั้นที่เข้าใจแนวคิดและเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในงานออกแบบจิวเวลรี่อาร์ตร่วมสมัย เธอเลือกใช้สังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Instagram เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยมีเว็บไซท์ ATTA Gallery เป็นตัวเชื่อมข้อมูลข่าวสารของแกลเลอรี่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ อตินุชพยายามนำผลงานจาก ATTA Gallery เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น Silom/Charoen Krung Gallery Hopping Night เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงงานจิวเวลรี่อาร์ตร่วมสมัยมากขึ้น

ข้อคิดงานออกแบบในการทำธุรกิจ

ข้อคิดงานออกแบบในการทำธุรกิจ

ช่วงสุดท้ายเธอมีเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ เธอกล่าวว่าทุกอย่างควรเริ่มต้นจากการลงมือทำด้วยใจรัก (Passion) พร้อมตั้งมั่นที่จะทำมันให้สำเร็จ (Commitment) และท้ายที่สุดทุกคนควรศรัทธา (Faith) กับสิ่งที่ทำ
ถึงงานออกแบบ Jewelry สมัยใหม่ อาจจะยังดู Indy เกินไปสำหรับคนไทย แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เธอพยายามที่จะเผยแพร่แนวคิดทางการออกแบบผ่านการแสดงผลงานในแกลเลอรี่ ผ่านการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย และเริ่มนำแกลเลอรี่เดินทางไปตามอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อให้คนไทยเห็นคุณค่าของงานออกแบบที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นงานเหมือนดั่งเช่นชาวต่างชาติที่ไม่ได้มองจิวเวลรี่เพียงแค่เครื่องประดับแต่จะต้องมีเรื่องราวงานออกแบบที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้สวมใส่ด้วย


ขอขอบคุณที่มา : http://www.tcdcconnect.com/
ขับเคลื่อนโดย Blogger.